เรื่องของผิวขาว
เครื่องสำอางทุกวันนี้ต่างก็ประโคมโหมกระหน่ำ ขายความขาวด้วยกันทั้งนั้น ใช้แล้วขาวได้ดั่งใจจริงไหม…หรือเป็นแค่เรื่องชวนเชื่อ
คงเป็นหน้าที่ของเราเองที่ต้องรู้เท่า ทันเพื่อการตัดสินใจเลือกใช้ และถ้าสาววัยแรกรุ่นทั้งหลายสนใจเรื่องผิวพรรณจริงๆ ก็คงต้องทำความรู้จักกับเครื่องสำอางเหล่านี้ ซึ่งทุกวันนี้ทาง อย.ได้ทำการแยกแยะเครื่องสำอางที่ให้ผิวขาว สามารถแบ่งได้เป็น 6 กลุ่ม คือ
1.กลุ่มมีส่วนผสมของสารที่มีสีขาว และมีคุณสมบัติทึบแสงอย่าง Titanium dioxide , Zine oxide, Bismuth subnitrate , Kaolin จะมาในรูปของครีมหน้าขาวและโลชั่นที่ใช้รองพื้นผิวหน้าก่อนทาแป้งทับ ใบหน้าจึงดูขาว แต่เมื่อล้างออกก็จะกลับสู่สภาพเดิม
2.กลุ่มใช้สาร Arbutin (Hydroquinone glucose) สกัดจากพืช จึงมักโฆษณากันว่ามีความปลอดภัยเพราะไม่ทำลายเซลล์สร้างสีผิว และไม่ทำให้เกิดฝ้าถาวร แต่ก็มีราคาแพง และต้องใช้เป็นเวลานานกว่าจะมีผลทำให้ผิวขาว ในกลุ่มนี้ปัจจุบันยังไม่เห็นผลข้างเคียง แต่ก็ต้องติดตามดูข้อมูลทางวิชาการต่อไป
3.กลุ่มมีส่วนผสมของสาร AHAs (Alpha Hydroxy Acids) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นกรดผลไม้และมีด้วยกันหลายชนิด อาทิ Glycolic acid, Lactic acid, Tartaric acid, Malic acid แต่ชนิดที่นิยมใช้มากที่สุดคือ Glycolic acid
เคล็ดลับหน้าขาวใส..ด้วยธรรมชาติ
สาว ๆ ที่อยากมีผิวหน้าขาวใส คงจะเคยสรรหาวิธีต่าง ๆ นานามาบำรุงผิวหน้า ไม่ว่าจะเป็นการใช้ครีมบำรุง ครีมลดริ้วรอย ซึ่งก็ได้ผลช้าบ้างเร็วบ้าง แล้วแต่สภาพผิวและใบหน้าของแต่ละบุคคลนะค่ะ วันนี้เรามีวิธีพอกหน้าแบบธรรมชาติ ที่ทำผิวขาวสุขภาพดีให้ใบหน้าขาวใส รวมถึงผิวกายให้ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยสูตรผิวขาวที่สามารถทำเองได้จากวัตถุดิบในบ้านนั้นก็มีมากมาย ที่สำคัญยังเห็นผลชัดอีกด้วย หากทำอย่างต่อเนื่อง ไปดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง….
วิธีทําให้ผิวขาว แบบที่ 1 : สูตรมะละกอนมสด นำมะละกอมาบดผสมกับนมสด คนให้เข้ากัน จากนั้นนำไปพอกบนใบหน้าหรือผิวกายทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออก
วิธีทําให้ผิวขาว แบบที่ 2 : โยเกิร์ตผสมมะนาว มะนาวเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีความเป็นกรดสูงมาก จนอาจทำให้แสบผิวได้ ดังนั้นการนำมะนาวมาผสมโยเกิร์ตแล้วนำไปทาผิวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จะช่วยลดการระคายเคืองผิว และมะนาวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ที่ใสกว่าเดิม
วิธีทําให้ผิวขาว แบบที่ 3 : น้ำมันมะพร้าวเพื่อผิวเนียนนุ่ม เป็นสูตรโบราณที่ใช้ได้ผลมาก น้ำมันมะพร้าวจะช่วยในเรื่องการทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น แม้เพียงครั้งแรกที่ได้นำน้ำมันมะพร้าวมาทาผิว รับรองได้เลยว่า สาว ๆ จะรู้สึกถึงความเนียนนุ่มได้ทันทีเลยล่ะ
วิธีทําให้ผิวขาว แบบที่ 4 : น้ำผึ้งและโยเกิร์ต นำส่วนผสมดังกล่าวพอกลงบนใบหน้าหรือผิวกายประมาณ 30 นาทีก่อนล้างออก ช่วยให้ผิวขาวและนุ่มขึ้นได้ สามารถทำได้วันเว้นวันค่ะ
วิธีทําให้ผิวขาว แบบที่ 5 : กล้วยหอมและนมสด นำมาบดผสมกัน จากนั้นนำไปพอกผิวในบริเวณที่ต้องการ จะทำให้ผิวขาวเนียนสวยได้ สามารถทำได้วันเว้นวันเช่นกัน
การผลัดผิวหน้า
Chemical Peeling การผลัดผิวหน้าด้วยสารกลุ่ม AHA, BHA, PHA, TCA Chemical Peeling คือ การเร่งให้ผิวหนังหลุดลอกออกเร็วขึ้น โดยใช้สารเคมี อาทิ กรดผลไม้ AHAs,BHAs,PHA,และ TCA ที่มีความเข้มข้นแตกต่างกัน แล้วแต่จุดประสงค์ของแพทย์ผิวหนัง ในการใช้แก้ปัญหาด้านผิวพรรณ โดยมีหลักการรักษา คือทำให้เกิดการทำลายเซลล์ผิวหนังให้น้อยที่สุด และมีการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้มากที่สุด การทำ Facial Peeling ปกติแพทย์จะนัดทำประมาณ 3-4 อาทิตย์ต่อครั้ง เพราะการทำซ้ำๆกันหลายๆครั้ง จึงจะได้ผลดี เพราะมีความเสี่ยงน้อยแต่มีผลสะสมทำให้ได้ผลการรักษาที่ดีกว่าการทำเพียงครั้งเดียว โดยมีผลทำให้ผิวหนังเต่งตึงและดูดีขึ้นได้ การทำ Peeling จำแนกได้โดยขึ้นอยู่กับความตื้นลึกในการลอก โดยแตกต่างกันที่ชนิดของสารเคมีและความเข้มข้นที่ได้
จัดแบ่งการผลัดผิวได้เป็น
1. Very Superficial Peeling การผลัดผิวอย่างบางๆลอกเฉพาะเซลล์ผิวชั้นนอก (Stratum Corneum) มักใช้ 30-50%Glycolic acid (AHA) หรือ 10%TCA ทานาน 1-2 นาที
2. Superficail Peeling ผลัดผิวลึกลงกว่าวิธีที่1 ทำให้เซลล์ในชั้น Epidermis บางส่วน หรือทั้งหมด จนถึงบริเวณรอยหยักหลุดลอกออก มักใช้ 30-50% Glycolic acid ทานาน 2-20 นาที หรือ 10-30%TCA
3. Medium Peeling ผลัดผิวลึกลงกว่าวิธีที่ 2 ทำให้เซลล์ในชั้น Epidermis บางส่วน หรือทั้งหมดจนถึงบริเวณรอยหยักหลุดลอกออก มักใช้ 70% Glycolic acid ทานาน 3-30 นาที หรือ 30-50%TCA
แก้ปัญหาผิวให้ตรงจุด
อาหาร แอลกอฮอล์ สภาพอากาศ อายุที่มากขึ้น พันธุกรรม และปัจจัยอีกหลายต่อหลายอย่าง ล้วนส่งผลต่อสุขภาพผิวของคุณได้ทั้งนั้น แต่โชคดีที่ยังมีอีกหลายวิธีที่จะช่วยลดความเสียหายจากปัจจัยต่าง ๆ นั้น นี่คือข้อมูลแนะเคล็ดลับดี ๆ ในการดูแลผิวที่จะช่วยให้คุณมีผิวหน้าเนียนใสแบบไร้ปัญหา
รูขุมขนใหญ่
แม้ขนาดของรูขุมขนจะเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่ยังมีอยู่หลายวิธีที่จะช่วยทำให้มันดูเล็กลงได้
วิธีแก้ไข
1. รักษาความสะอาด ถ้ามีสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันอยู่ในรูขุมขน ผิวหน้าก็จะผลิตน้ำมันนส่วนเกินออกมา ซึ่งจะทำให้สิ่งสกปรกฝังตัวอยู่ในรูขุมขนมากขึ้น และทำให้รูขุมขนมีขนาดใหญ่ขึ้นอีกด้วย คุณจึงควรทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจดวันละสองครั้ง รวมทั้งใช้มาส์กพอกหน้า เพื่อทำความสะอาดอย่างล้ำลึก และขจัดสิ่งอุดตันในรูขุมขนออกไปสัปดาห์ละครั้ง
2. อย่าบีบ การบีบรูขุมขนเพื่อพยายามจะทำให้มันดูเล็กลงนั้น เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะนั่นอาจสร้างความระคายเคืองให้แก่ผิวหน้า จนอาจนำไปสู่อาการอักเสบ Read the rest of this entry »





